🌀

หาค่าความเร่งโน้มถ่วง g ด้วยจานหมุนและลูกบอลตก

การทดลองคลาสสิกใช้แผ่นเสียง phonograph + ลูกบอลแขวน 2 ลูก

KP Science simulation

⚙️ พารามิเตอร์การทดลอง

s (ความสูง) m
R (รัศมี) m
ความเร็วรอบ
คาบจานหมุน T = 1.800 s

⏱️ ความเร็ว Animation

Speed ×
เวลาตกจริงสั้นมาก (เสี้ยววินาที) จึงต้องช้าลงเพื่อให้เห็น

📐 อุปกรณ์เสริม

เวลา: 0.000 s มุมจาน: 0.0° มุมระหว่างรอย A: —° สถานะ: รอเริ่ม

📊 โหมดบันทึกข้อมูล

โหมดบันทึกเอง: หลังเผาเชือก ให้อ่านมุม A จากภาพมุมบนของจาน (ใช้ไม้โปรแทรกเตอร์ช่วย) แล้วกรอกในตาราง พร้อมคำนวณ g เอง
สูตร: g = 2s / [T² × (A/360)²]
#s (m)rpmA (°) วัดเองg (m/s²)%err

📈 กราฟ g vs ครั้งทดลอง

ค่าเฉลี่ย g = — m/s² | ค่ามาตรฐาน g = 9.81 m/s²

📋 วิธีการทดลอง

🎯 จุดประสงค์: นักเรียนหาค่าความเร่งโน้มถ่วง g ของโลก โดยใช้จานหมุน (turntable) และการตกอิสระของลูกบอล วัดระยะตก s และมุมการหมุน A แล้วคำนวณจากสมการ g = 2sω²/(tanA)
  1. ตั้งค่าเริ่มต้น ในการ์ด ⚙️ พารามิเตอร์การทดลอง — ตั้ง ความสูง s = 0.50 m, รัศมี R = 0.10 m, และเลือก 33⅓ rpm (LP record)
  2. เผาเชือก — นักเรียนกดปุ่ม 🔥 เผาเชือก / ปล่อยลูก เพื่อให้จานหมุนและลูกบอลแขวนเริ่มตก พร้อมกัน ลูกบอลจะตกอิสระลงมา ขณะที่จานหมุนต่อไป
  3. สังเกตการหมุน — นักเรียนดูว่าจานหมุนไปกี่องศา (หรือกี่รอบ) ตั้งแต่เมื่อปล่อยลูกบอลจนกว่าลูกจะชนพื้น มุมนี้เรียกว่า A (มุมระหว่างสตริงแรกและเมื่อลูกตก)
  4. วัดมุมเอง — กรอกค่ามุม A (หน่วยองศา) ลงในช่อง A (°) วัดเอง ของตาราง ตัวอย่าง: ถ้าลูกตกในขณะจานหมุนไป 60° ก็กรอก 60
  5. บันทึกผล — นักเรียนกดปุ่ม ➕ เพิ่มแถวว่าง แล้วกรอก s, rpm, A โปรแกรมจะคำนวณค่า g และ %error โดยอัตโนมัติ
  6. ทำซ้ำ 6–8 ครั้ง โดยเปลี่ยนตัวแปร — กด ↺ Reset ระหว่างแต่ละครั้ง ลองเปลี่ยน ความสูง s (0.30 ถึง 0.70 m), รัศมี R, หรือ rpm แล้ววัดมุมใหม่
  7. สรุปผล — นักเรียนดูกราฟ g vs ครั้งทดลอง (ด้านล่างตาราง) แล้วตอบคำถาม:
    • ค่า g เฉลี่ยที่วัดได้ใกล้ 9.81 m/s² แค่ไหน?
    • การเปลี่ยนความสูง s หรือรัศมี R มีผลต่อค่า g ที่วัดได้หรือไม่?
    • เหตุใดการใช้จานหมุนเป็นการใช้อุปกรณ์ที่ฉลาด แทนการวัดเวลาตกตรง ๆ?
💡 ทดลองเพิ่มเติม: หลังวัดกับความเร็ว 33⅓ rpm แล้ว นักเรียนลองเปลี่ยนเป็น 45 rpm หรือ 78 rpm วัดมุมใหม่ที่ความสูงเดิม และเปรียบเทียบว่าความเร็วรอบเพิ่มขึ้น มุมที่ลูกตกจะเปลี่ยนอย่างไร

🎯 เป้าหมายของการทดลอง

วัดค่าความเร่งโน้มถ่วง g โดยใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ คือ แผ่นจานเสียง phonograph ที่หมุนด้วยความเร็วคงที่ 33⅓ รอบต่อนาที กับ ลูกบอลแขวน 2 ลูก ที่อยู่ในแนวดิ่งเดียวกัน

  • ลูกบอลล่างวางอยู่บนจาน (ที่ระยะรัศมี R จากจุดศูนย์กลาง) ที่เวลา t = 0
  • ลูกบอลบนอยู่สูงขึ้นไปเป็นระยะ s
  • ขณะจานหมุน เผาเชือกที่ผูกลูกบอลทั้ง 2 ให้ตกอิสระจากนิ่งพร้อมกัน
  • กระดาษคาร์บอนบนจานจะบันทึกจุดกระทบเป็น 2 รอย — มุมระหว่างรอยทั้งสองคือ A องศา

📐 การหาสูตร (Derivation)

1) เวลาตกของลูกบอลบน

ลูกบอลบนตกอิสระจากนิ่ง ระยะ s ใช้สมการการเคลื่อนที่:

s = ½ g t²   ⟹   t = √(2s)√g = √(2s/g)

2) มุมที่จานหมุนระหว่างเวลาที่ลูกตก

จานหมุนสม่ำเสมอที่ 33⅓ rpm → คาบ T = 60 / 33.333 = 1.8 s
ในเวลา t วินาที จานหมุนเป็นสัดส่วน A/360° ของหนึ่งรอบ:

t = T · A360° = (1.8 s) · A360°

3) นำสมการ (1) = (2) แล้วแก้หา g

√(2s/g) = T · (A/360)
2s/g = T² · (A/360)²
g = 2 s T²·(A/360°)² = 2 s (1.8)²·(A/360°)²
หมายเหตุ: สูตรในกรอบสีส้มใช้ได้เมื่อจานหมุนที่ 33⅓ rpm พอดี ถ้าเปลี่ยน rpm ต้องคำนวณ T ใหม่จาก T = 60/rpm

🖼️ วิชวลประกอบการคิด

การตกอิสระของลูกบอลบนเป็นระยะ s = ½gt²
จานหมุนเป็นมุม A° ในระหว่างที่ลูกบอลตก

ภาพเคลื่อนไหวประกอบความเข้าใจ — สังเกตว่าทั้งสองเหตุการณ์เกิดในช่วงเวลา เดียวกัน

🧪 กรณีทั่วไป (advanced)

ถ้าลูกบอลทั้ง 2 ไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกันพอดี (ลูกล่างที่ระยะ s₂ ลูกบนที่ระยะ s₁ จากจาน โดย s₁ > s₂) ช่วงเวลาระหว่างสองการกระแทกจะเป็น

Δt = √(2s₁/g) − √(2s₂/g)

และจานหมุนเป็นมุม A = (Δt / T) × 360°

เงื่อนไขที่ดี: เพื่อให้ทดลองง่าย ควรเลือก s ที่ทำให้ A อยู่ระหว่าง 30°–180° เพื่ออ่านง่ายและแม่นยำ ถ้า s ใหญ่เกินไป จานอาจหมุนเกิน 1 รอบทำให้สับสน

📊 ตัวอย่างคำนวณ

กำหนด s = 0.50 m, T = 1.8 s, สมมติ g = 9.81 m/s²

  • เวลาตก: t = √(2×0.50/9.81) = 0.3194 s
  • มุมจาน: A = 360° × (0.3194/1.8) = 63.87°
  • ย้อนคำนวณ g = 2(0.50) / [(1.8)² × (63.87/360)²] = 9.81 m/s² ✓

🔑 KP Science — สมาชิก

หรือ
ยังไม่มีบัญชี?
หรือสมัครด้วยอีเมล
มีบัญชีแล้ว?